สถานที่ท่องเที่ยว

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

รายละเอียด
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นในบริเวณเทือกเขาภูพาน เมื่อ พ .ศ.25918 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงใช้แผนที่ทางอากาศและการเสด็จสำรวจเส้นทางบริเวณ ป่าเขา น้ำตก และเป็นผู้ทรงเลือกพื้นที่สร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เปิดโอกาสให้ประชาชน ข้าราชการเข้าเฝ้าเสด็จตามภารกิจ ต่าง ๆ ขณะทรงประทับที่พระตำหนักแห่งนี้ และในช่วงที่ไม่มีการเตรียมรับเสด็จ ก็จะเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าชมบริเวณพระตำหนักชั้นนอก จึงนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสกลนคร
สิ่งที่น่าสนใจในด้านการท่องเที่ยว มีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้ 
1. หมู่พระตำหนัก 
หมู่พระตำหนักประกอบด้วย อาคารหลังพระตำหนักปีกไม้ เป็นพระตำหนักหลังแรก สร้างใน พ.ศ. 2518 เป็นรูปแบบล็อคเดขิน ใช้เป็นเรือนรับรองหลังแรก และมีการปลูกไม้ดอก ได้ประดับอย่างสวยงาม ตามลักษณะภูมิทัศน์ช่วยส่ง เสริมให้พระตำหนักมีความสดชื่น งดงาม 
2. งานภูมิทัศน์ 
งานภูมิทัศน์ถือว่าเป็นส่วนที่ดึงดูดให้ ประชาชนเข้าชมด้วยความประทับใจ การจัดภูมิ ทัศน์อาศัยสภาพพื้นที่เป็นพื้นฐานในการจัด คือ ลักษณะพื้นที่เป็นเชิงเนินชายเทือกเขาภูพาน ตอนลาง และอาศัยสภาพผิวหน้าดินเป็นหลักในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับคือ เป็นภูเขาหินทรายปกคลุมด้วยผังดินทราย สวนในพระตำหนักภูพานอาจจัดสวนได้ 5 รูปแบบคือ 
1. สวนรวมพันธุ์ไม้ (Mixed garden) 
2. สวนแบบประดิษฐ์ (Formal Style) 
3. สวนแบบธรรมชาติ (Informal Style) 
4. สวนหินประดับประดา (Rock garden) 
5. สวนประดับหิน (Stone garden) 

นับจากเขตพระราชฐานชั้นนอกพระตำหนัก บริเวณริมถนนมีสระน้ำ ขอบสระทำด้วยหินทรายแดง ( Red stone) ปลูกบัวสายสีแดง ชมพู ม่วง ประดับ เรียงราย สลับกับต้นตะแบก ประดู่ และก็มีไม้ดอก ไม้ใบ สลับกันไปอย่างสวยงาม บริเวณหน้ากองรักษาการมีสวนแบบประดิษฐ์ มีพืชสวยงามสีเขียว แดง เหลือง ปลูกและตัดแต่งเป็นรูปทหารท่าพายปืน
เขตพระราชฐานชั้นใน มีทางสำหรับรับเสด็จพระราชดำเนินต้องผ่านธารน้ำ มีการก่อสร้างสะพานเหล็กทอดข้าม มุมถนนสามแยกจัดสวนประดิษฐ์เป็นเครื่องหมายประจำพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เป็นรูปยอดพระธาตุเชิงชุม ล้อมรอบด้วยพระมหามงกุฎ พระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าบรมราชินีนาถทรงนำช้างสำคัญ (ช้างเผือก) จากพระตำหนักสวนจิตรลดา รวม 4 เชือก มาเลี้ยงไว้ที่โรงช้างและให้ออกหาอาหารตามธรรมชาติ การนำช้างเผือกมาไว้ที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ทำให้เกิดโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ เป็นจุดสนใจที่นักท่องเที่ยวจะเห็นช้างเผือกกลับจากหาอาหารตอนเย็น ๆ บริเวณอ่างเก็บน้ำที่ใช้ในพระตำหนัก พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์จึงเป็นสถานที่น่าชมทั้ง พระตำหนักสวนไม้ดอกไม้ประดับและสัตว์ป่าที่ทรงนำมาเลี้ยงเพื่อคืนชีวิตสู่ป่า สิ่งอำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยว 
(ข้อมูลและรูปภาพจากเว็บไซต์สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร : sakonnakhon.mots.go.th )
ลักษณะเด่น
- พระตำหนัก
ประวัติ
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2518 แบบศิลปะตะวันตก เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็นพระบรมราชินีนาถใน คราวที่เสด็จแปรพระราชฐานมาภาคตวันออกเฉียงเหนือ

 ข้อมูลแนะนำ

กลุ่มนักท่องเที่ยว

  • กลุ่มครอบครัว
  • กลุ่มผู้สูงอายุ
  • กลุ่มวัยทำงาน
  • กลุ่มนักเรียนนักศึกษา / เยาวชน / วัยรุ่น
  • กลุ่มสตรี
  • กลุ่มมุสลิม
  • กลุ่มคู่รัก / คู่แต่งงาน

เวลาทำการ

วันอาทิตย์:
09:00 - 16:00
วันจันทร์:
09:00 - 16:00
วันอังคาร:
09:00 - 16:00
วันพุธ:
09:00 - 16:00
วันพฤหัสบดี:
09:00 - 16:00
วันศุกร์:
09:00 - 16:00
วันเสาร์:
09:00 - 16:00
หมายเหตุเวลาทำการ:
 

ราคาค่าเข้าชม

ราคาค่าเข้าชม:
ไม่มีค่าใช้จ่าย

ข้อมูลแนะนำ

เวลาที่ใช้เที่ยวที่นี่:
 
ที่จอดรถ:
 

 สาธารณูปโภค

ระบบกำจัดขยะ

  • คัดแยกขยะ

ระบบไฟฟ้า

  • การไฟฟ้า
 

ระบบน้ำใช้

  • ประปา

ระบบรักษาความปลอดภัย

  • กล้อง CCTV
  • ถังดับเพลิง
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
  • สัญญาณเตือนภัย
 

ระบบการสื่อสาร

  • สัญญาณโทรศัพท์
  • สัญญาณอินเตอร์เน็ต

Specifications

  • ได้รับการรับรอง (Certified)
  • ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ :
    กรมการท่องเที่ยว
  • ปรับปรุงข้อมูลโดย :
    ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
ข้อมูลการติดต่อ (Contact)
ตำบล/แขวงห้วยยาง อำเภอ/เขตเมืองสกลนคร ต.ห้วยยาง อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร 47000

 
THAILAND Tourism Directory
PTT THAILAND GRAND PRIX 2018
 
Moto DT
 
 
 
 

ติดต่อสอบถาม

02 283 1500

เลขที่ 4 ถนนราชดำเนินนอก แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

จันทร์ - ศุกร์ (เวลาราชการ)

004 Facebook  003 Twitter  001 Youtube

แผนผังเว็บไซต์

 

แผนที่ติดต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สงวนลิขสิทธิ์ 2560 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา