สถานที่ท่องเที่ยว

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง

รายละเอียด
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว อยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยว 3 อำเภอคือ อำเภอภูเขียว อำเภอคอนสาร และอำเภอเกษตรสมบูรณ์ และเป็นส่วนหนึ่ง ของผืนป่าอีสานตะวันตก เชื่อมรวมเป็นผืนป่าเดียวกันกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 3 แห่ง และอุทยานแห่งชาติอีก 4 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาผึ้ง , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง , อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง , อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และอุทยานแห่งชาติตาดหมอก โดยดูแลด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า การเพาะเลี้ยงและ การขยายพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง เก้ง กวาง และเนื้อทราย เป็นต้นโดยปล่อยสัตว์ให้อาศัยอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติสามารถ สืบพันธุ์และขยายพันธุ์ได้เอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวได้มีการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวยังถือว่าเป็นแหล่งเป็น"แหล่งศึกษาธรรมชาติ" เช่น ดูนก ดูผีเสื้อ หรือเดินป่า
ลักษณะเด่น
-ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ -สัตว์ป่าหายาก -สัตว์ป่าสงวน
ประวัติ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นป่าเบญจพรรณสลับเต็งรังที่หนาแน่นด้วยป่าไผ่ ป่าดิบแล้งกระจายตามหุบเขา หากดินตื้นก็จะเป็นป่าเต็งรังแทนที่ ด้านที่ติดอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมี ป่าสน ป่าก่อ ป่าเหียง กระจายอยู่ตามสันเขาทั่วไป พบซากฟอสซิลโบราณจำนวนมาก แม้แต่ฟอสซิลต้นตระกูลหมีแพนด้าหรือสัตว์คล้ายจระเข้และเต่าโบราณ และเป็นแห่งเดียวที่พบว่ายังมีสัตว์หายากคือกระซู่ เป็นแหล่งสมุนไพร ยุคไดโนเสาร์ มอสไลเคนส์ฝอยลม เกาะอยู่ตามกิ่งก้านและลำต้นไม้ทั้ เกาวัลย์เลื้อยพันธุ์ไม้ใหญ่ กุหลาบแดง สลัดได จันผา แหล่งอิงอาศัยล้วยไม้กว่าสามร้อยชนิด และกระโถนฤาษีพันธ์ไม้หายาก ขยายพันธุ์เองไม่ได้ก็มีอยู่ในป่าภูเขียวแห่งนี้ด้วยเช่นกัน พบร่องรอยแหล่งอาหารสัตว์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ ค้นคว้าวิจัยวิถีชีวิตสัตว์ป่า ต้องจำกัดจำนวนผู้ที่จะไปศึกษาชีวิตสัตว์ป่า ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นผืนป่าแห่งเดียวของภาคอีสานที่ประชาชนทุกคนต้องหวงแหน ช่วยกันรักษา อย่าให้ถูกบุกรุกหรือทำลาย หรือมุ่งหวังธุรกิจท่องเที่ยว นอกจากนั้น บนผืนป่าแห่งนี้ ยังมี ทุ่งกระมัง มีพื้นที่มากกว่า 1,000 ไร่ มีหนองน้ำกลางป่าดงดิบเป็นแหล่งนิเวศน์ของสัตว์ป่าหลายชนิด นกป่าแสนสวยน่ารัก ประมาณ 400 กว่า ชนิด และสัตว์ป่าต่าง ๆ พากันกระทำภารกิจและหน้าที่ในพื้นป่า ผีเสื้อและแมลงแปลก ๆ บินร่อนว่อนเวียนดมตอมดอกไม้หลากสีและชนิดพันธุ์ช่วยผสมเกสรให้พันธุ์ไม้อย่างมหัศจรรย์ เป็นธรรมชาติสร้างได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์ที่สุด
ข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ 
ทุ่งกะมัง  
เป็นที่ราบทุ่งหญ้ากว้างใหญ่กลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ลักษณะคล้ายแอ่งกะละมังอยู่กลางผืนป่า จึงเป็นที่มาของชื่อ ทุ่งกะละมัง หรือ ทุ่งกะมัง  เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงต้องการให้มีการอนุรักษ์สัตว์ป่า และนำสัตว์ป่ากลับคืนถิ่น เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกต่าง ๆ มีการจัดทำดินโป่งในบริเวณทุ่งกะมังเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่งและเผา แปลงทุ่งหญ้าเพื่อให้เกิดหญ้าระบัดเป็นอาหารของเก้ง กวางในช่วงฤดูแล้ง บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนือ อ่างน้ำ จนเกิดวลีหนึ่งที่ว่า  “ภูเขียว บรมโพธิสมภารของสัตว์ป่า”  ทุ่งกะมังถือเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเหล่าเก้งกวาง และสัตว์ป่านานาชนิด มีการนำเอาดินโป่ง มาใส่ไว้เป็นจุดๆ เพื่อให้สัตว์ป่าได้มากิน   จึงทำให้เราสามารถพบเห็น เหล่าบรรดาเนื้อทราย เก้ง กระจง ออกมาหา อาหารโดยเฉพาะในช่วงบ่ายจะพบเห็นได้มากที่สุด  ในบางครั้งทุ่งหญ้าบริเวณนี้จะมีการเผาทั้งเกิดจากไฟป่าตามธรรมชาติ หรือ ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดการแตกยอดใหม่ของต้นหญ้า เป็นแหล่งอาหารให้เหล่าสัตว์ป่าเรื่อยไป เรียกวิธีนี้ว่า “ระบัด”  

แหล่งดูนก
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูเขียวมีความแตกต่างจากแหล่งดูนกแห่งอื่นๆ ในภาคอีสาน คือมีแหล่งน้ำขนาดเล็กและใหญ่กระจายอยูเกือบทุกพื้นที่ ทั้งกลางทุ่งหญ้ากว้าง ตามชายป่า และในป่าลึก ที่นี่จึงสามารถพบนกได้หลากหลายประเภท ทั้งนกน้ำ นกทุ่ง และนกป่า ในส่วนของนกน้ำ นอกจากเป็ดแดง นกเป็ดผีเล็ก นกกวัก และนกอีล้ำ ยังพบนกน้ำขนาดใหญ่ เช่น นกกระทุง นกอ้ายงั่ว รวมทั้งนกชนิดที่หายากอย่างเช่น นกกระสาดำ จุดเด่นอีกอย่างหนึงของภูเขียวคือ เป็นจุดที่สามารถพบเห็นนกป่า ซึงพบได้มากทั้งชนิดและจำนวน เช่น นกกระทาดงอกสีน้ำตาล นกแต้วแล้วใหญ่หัวสีน้ำตาล ขณะที่อีกหลายชนิดมีความสำคัญและถูกจัดให้เป็นนกเฉพาะถิ่นในระดับภูมิภาค ซึ่งมีถิ่นแพร่กระจายพันธุ์อยู่เพียงไม่กี่ประเทศในโลก นั่นคือ ไก่ฟ้าพญาลอ นกโกโรโกโสช่วงเวลาที่ดีและมีจำนวน ชนิดของนกให้ดูมาก ที่สุดคือช่วงฤดูหนาว

จุดชมวิวปางม่วง
ตั้งอยู่ก่อนเข้าด่านเก็บเงินของเขตฯ ถือเป็นจุดชมวิวที่งดงามเห็นทิวทัศน์ของป่าอันเขียวขจีรวมถึงบางวันก็จะได้เห็นทะเลหมอก มีทิวทัศน์ที่เห็นเบื้องหน้าประกอบไปด้วยเทือกเขาน้อย ใหญ่กว้างไกลสุดสายตา จากป้ายสื่อความหมายเบื้องหน้าทำให้ทราบว่า ภูเขาสูงยอดตัดที่สูงกว่าลูกอื่นๆ นั้น คือ ภูผาจิต ถัดมาทางขวาตรงที่เห็นเป็นร่องเขานั้น สุดปลายสายตาคือ ภูกระดึง 

แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ

ลำน้ำพรม
ไหลคดเคี้ยวอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวทางด้านเหนือด้านทิศตะวันออกมีลำห้วยดาดหรือลำโดกเป็นห้วยสายหลักที่ทำให้น้ำพรม ตอนล่างจากเขื่อนจุฬาภรณ์ซึ่งผันน้ำลำน้ำพรมเดิมไป ผลิตกระแสไฟฟ้า ไหลออกสู่พื้นที่บริเวณลำสุ มีน้ำไหลตลอดปี บนลำน้ำพรม มีลานจันทร์ซึ่งประกอบด้วยลานหิน วังน้ำลึกที่คดเคี้ยว ดูสงบ ร่มรื่น

ลานจันทร์และตาดหินแดง
ลานจันทร์มีลักษณะเป็นลานหินกว้างในลำน้ำพรม มีน้ำไหลผ่านตลอดปี เป็นบริเวณร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่น้อยเพราะมีป่าดิบขึ้นอยู่รอบ ๆ มีพวกมอส เฟิร์น หวาย พลู และว่านต่าง ๆ หลายชนิด ถ้าเดินเรียบไปตามลำน้ำจะพบหินสีแดง ซึ่งเป็นบริเวณที่เรียกว่า ตาดหินแดง ทั้งลานจันทร์และตาดหินแดง เหมาะสำหรับพักผ่อนร่มรื่นและสวยงาม

บึงแปน 
มีเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 900 เมตร สภาพภูมิประเทศทุ่งหญ้าคล้ายทุ่งกะมัง แต่มีลักษณะเป็นทุ่งราบเรียบ และอยู่ในที่ลุ่มต่ำมีน้ำเจิ่งนองในฤดูฝน ในฤดูแล้งมีหนองน้ำอยู่กลางทุ่ง บึงแปนตั้งอยู่กลางพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตวป่าภูเขียวค่อนไปทาง ตะวันตกเฉียงใต้ เป็นบริเวณที่มีสัตว์ป่าชุกชุม สังเกตได้จากมีร่องรอยด่านสัตว์มากมาย

น้ำตกตาดคร้อ
เป็นน้ำตกสูงใหญ่อยู่ทางทิศใต้ของทุ่งกะมัง ใกล้กับศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวที่อำเภอหนองบัวแดง น้ำจากน้ำตกจะไหลลงสู่ลำน้ำสะพุง
น้ำตกห้วยหวายอยู่ห่างจากบึงแปน 6 กิโลเมตร เป็นน้ำตก 3 ชั้น สูงชั้นละ 20 เมตร ตรงบริเวณช่องเขาขาด อยู่ระหว่างเขาภูน้อย และเขาภูเขียวใหญ่

น้ำตกนาคราช 
อยู่ระหว่างทางจากศาลาพรมไปทุ่งกะมัง บริเวณกิโลเมตรที่ 11 เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางในป่าอีก 300 เมตร ความกว้างของน้ำตกนาคราช ประมาณ 5 เมตร มีความสูงต่างระดับถึง 3 ชั้น ชั้นแรกสูง 14 เมตร ชั้นที่ 2 สูง 10 เมตร ชั้นที่ 3 สูง 6 เมตร บริเวณน้ำตกมี ว่านพญานาคราช ขึ้นอยู่จำนวนมากจึงตั้งชื่อว่า “น้ำตกนาคราช”

ผาเทวดา 
เป็นภูเขาหลายเทือกติดต่อกัน ยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ยอดผาสูงประมาณ 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทางทิศตะวันตกและ ทิศตะวันออกเป็นเทือกเขายาว หินผาเทวดามีสีขาวคล้ายหินปูน มีน้ำไหลผ่านเรียกว่า “ชีผุด” เป็นต้นน้ำของแม่น้ำชี มีความกว้างประมาณ 10-15 เมตร ไหลทะลุออกมาทางทิศใต้ของเขาเทวดาแล้วไหลลงชีใหญ่ที่บ้านโหล่น ลำชีจะไหลจากเหนือไปใต้ สองข้างฝั่งมีลักษณะ เป็นหินกรวดก้อนเล็ก ๆ ชีผุดมีน้ำที่ใสมากถึงประมาณ 1 เมตร สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ได้แก่ กระทิง หมี เม่น กวาง และช้างป่า ตรงหุบเหวและเทือกเขาเทวดาเป็นป่าค่อนข้างแน่นทึบเรียกว่า ป่าครอบ มีลำชีไหลผ่านกลางป่าและมุดเข้าไปในเชิงเขา เรียกว่าชีดั้นและ ชีผุดมีถึง 3 ชั้น ชีดั้นแห่งแรกคือ เขาถ้ำครอบ ลำน้ำไหลหายเข้าไปในถ้ำประมาณ 500 เมตร แล้วผุดออกไปประมาณ 300 เมตร จึงหาย เข้าไปในเขาไกลถึง 8 กิโลเมตร สุดท้ายหายเข้าไปในเขาไกลอีก 1 กิโลเมตร จึงผุดออกมาที่ทับกกเดื่อซึ่งอยู่ห่างจากบ้านโหล่น ประมาณ 10 กิโลเมตร พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นตะเคียน ยาง พะยอม ไผ่ ไม้พื้นล่างมี หวาย ตาว สัตว์ป่า เช่น ช้าง หมี เสือ กวาง เม่น และมีนกกาฮัง อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในบริเวณป่าครอบนี้มีน้ำตก 7 ชั้นอยู่บนเทือกเขาเทวดา เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวไหลลาดลงตาม ทางยาวแต่ละชั้น สูง 15-20 เมตร รวมทั้งสิ้นสูงประมาณ 200 เมตร กว้างประมาณ 20-25 เมตร

บ้านพักเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

การติดต่อจองบ้านพักต้องโทรมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯจากนั้นทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 15–30 วัน  โดยส่งไป ที่อีเมล์  pkws 2549@gmail.com  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร 084 334 0043 บ้านพักของเป็นอาคารไม้ทั้งหมดมีพื้นที่ กางเต้นท์ไว้รองรับด้วย โดยราคาบ้านพักแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะให้โดยให้ตามความเหมาะสมตามจำนวนคน ในส่วนของอาหาร ถ้าไม่ได้เตรียมมาเองมีบริการครัวสวัสดิการโดยต้องแจ้งล่วงหน้าตอนจองห้องพักทางแม่ครัวจะเตรียมรายการอาหาร ให้เองตามความเหมาะสม  ส่วนค่าอาหารนั้นคิดเป็นรายมื้อต่อหัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวมีไฟฟ้าให้ใช้แค่เวลา 18.30 – 21.30 น. ควรเตรียมไฟฉายหรือแบตเตอรี่โทรศัพท์และกล้องมาให้พร้อม

 

 ข้อมูลแนะนำ

กลุ่มนักท่องเที่ยว

  • กลุ่มครอบครัว
  • กลุ่มผู้สูงอายุ
  • กลุ่มวัยทำงาน
  • กลุ่มนักเรียนนักศึกษา / เยาวชน / วัยรุ่น
  • กลุ่มสตรี
  • กลุ่มมุสลิม
  • กลุ่มคู่รัก / คู่แต่งงาน
  • กลุ่ม Health & Wellness
  • กลุ่ม Soft Adventure & Ecotourism
  • กลุ่ม MICE / ศึกษาดูงาน
  • กลุ่ม Volunteer Tourism
  • กลุ่มศิลปวัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์

เวลาทำการ

วันอาทิตย์:
08:00 - 16:00
วันจันทร์:
08:00 - 16:00
วันอังคาร:
08:00 - 16:00
วันพุธ:
08:00 - 16:00
วันพฤหัสบดี:
08:00 - 16:00
วันศุกร์:
08:00 - 16:00
วันเสาร์:
08:00 - 16:00
หมายเหตุเวลาทำการ:
ทุกวัน 08.00 - 16.00 น.ไม่เปิดให้เข้าทัศนศึกษาตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมเป็นเวลา 3 เดือน เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่อุดมไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า การเดินทางเข้ามาในพื้นที่ก็เสมือนการเข้ามารบกวนธรรมชาติ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าจริง ๆ

ราคาค่าเข้าชม

ราคาค่าเข้าชม:
มีค่าใช้จ่าย
- ต่างชาติ ผู้ใหญ่:
200.00 บาท
- ต่างชาติ เด็ก:
200.00 บาท
- ไทย ผู้ใหญ่:
20.00 บาท
- ไทย เด็ก:
10.00 บาท

ข้อมูลแนะนำ

เวลาที่ใช้เที่ยวที่นี่:
3 ชั่วโมง
ที่จอดรถ:
 

 สิ่งอำนวยความสะดวก

ข้อมูลที่พักในแหล่งท่องเที่ยว

  • บ้านพักรับรอง
  • ลานกางเต็นท์

ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สุขา
  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
  • ป้ายสื่อความหมาย
  • ป้ายชี้ทางเข้าถึง
 

 สาธารณูปโภค

ระบบกำจัดขยะ

  • เตาเผาขยะ
  • รีไซเคิลขยะ

ระบบไฟฟ้า

  • เครื่องปั่นไฟ
  • การไฟฟ้า
 

ระบบน้ำใช้

  • ระบบน้ำใช้
  • แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • ประปา

ระบบรักษาความปลอดภัย

  • กล้อง CCTV
  • ถังดับเพลิง
  • หน่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น
 

 กิจกรรมการท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ / นิเวศ

  • ท่องเที่ยวธรรมชาติและสัตว์ป่า

Specifications

  • ได้รับการรับรอง (Certified)
  • ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ :
    กรมการท่องเที่ยว
  • ปรับปรุงข้อมูลโดย :
    ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
ข้อมูลการติดต่อ (Contact)
ตำบล/แขวงทุ่งลุยลาย อำเภอ/เขตคอนสาร ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180
084-3340043,080-1999212
pkws_2549@hotmail.com

 
THAILAND Tourism Directory
PTT THAILAND GRAND PRIX 2018
 
Moto DT
 
 
 
 

ติดต่อสอบถาม

02 283 1500

เลขที่ 4 ถนนราชดำเนินนอก แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

จันทร์ - ศุกร์ (เวลาราชการ)

004 Facebook  003 Twitter  001 Youtube

แผนผังเว็บไซต์

 

แผนที่ติดต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สงวนลิขสิทธิ์ 2560 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา